login

Home

เนื้อหา

ประมวลภาพกิจกรรม ศูยน์เด็กเล็กวิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย ในพระราชูปถัมภ์ จังหวัดนครปฐม และจังหวัดสมุทรปราการ

25-8-2556-12-06-19

 

ประวัติย่อวัดสิรินธรเทพรัตนารามในพระราชูปถัมภ์

 

วัดสิรินธรเทพรัตนารามในพระราชูปถัมภ์ ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตั้งอยู่ถนนเพชรเกษม ซอยเทศบาล 1 ตำบลอ้อมใหญ่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม 73160

โดย มีท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายกประทานที่ดินสร้างวัดในพระพุทธศาสนา ตามความประสงค์ของ นางสาวจำรูญ ภูไทย ผู้ถวายที่ดินจำนวน 62 ไร่เศษ เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2530 ท่านเจ้าพระคุณสมเด็จได้เสด็จไปทรงเททองหล่อพระประธาน 1 องค์ ทรงวาศิลาฤกษ์กุฏิ ญสส. 1 หลัง และหอฉัน 1 หลัง เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2533 ทรงมอบให้ พระธรรมวราจารย์ วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นผู้อำนวยการก่อสร้างอาคารสถานที่ต่าง ๆ ตลอดมา เพื่อให้การใช้ที่ดินแปลงนี้ เอื้อต่อการศึกษาทั้งพระภิกษุสามเณร และเด็กก่อนวัยเรียน สมเด็จองค์นายกสภามหาวิทยาลัย ในสมัยนั้น ทรงขยายการศึกษาไปตั้ง ณ สถานที่แห่งนี้เรียกว่า วิทยาเขตสงฆ์อ้อมน้อย ซึ่งเป็นวิทยาเขตแห่งที่ 2 ของสภาการศึกษามหามกุฎราชวิทยาลัย เปิดรับพระภิกษุสามเณรเข้าศึกษาระดับอุดมศึกษา ตั้งแต่ปีการศึกษา 2535 เป็นต้นมา พ.ศ.2535 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปทรงวางศิลาฤกษ์อาคารเรียนสำหรับพระภิกษุสามเณร ระดับอุดมศึกษา 1 หลัง มูลค่า 30 ล้านบาท กับทรงวาศิลาฤกษ์ศูนย์เด็กเล็กในโครงการพระราชดำริ 1 หลัง งบประมาณจากศรัทธาประชาชนและเปิดรับเด็กก่อนวัยเรียน เรียกว่าศูนย์เด็กเล็กวิทยาเขตอ้อมน้อย ตั้งแต่ปี 2536 เป็นต้นมา พ.ศ.2536 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคารเรียนศูนย์เด็กเล็ก และทรงวางศิลาฤกษ์อาคารเรียนศูนย์เด็กเล็ก 40 พรรษา 1 หลัง มูลค่า 14 ล้านบาท ซึ่งได้รับงบประมาณจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.)
พ.ศ.
2537 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระนามาภิไธยเป็นนาม "วิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย" ศูนย์เด็กเล็กวิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย มูลนิธิสิรินธรราชวิทยาลัย และวัดสิรินธรเทพรัตนาราม กับทั้งทรงรับทั้ง 4 องค์กรไว้ในพระราชูปถัมภ์ พ.ศ.2538 ดำเนินการขออนุญาตตั้งวัด และสร้างวัดตามลำดับ จนกระทั่งถึงปี พ.ศ.2541 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เป็นวัดถูกต้องตามพระพุทธานุญาติ และกฎหมายคณะสงฆ์

 

พ.ศ.2539 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดป้ายตึก จปร. และทรงเททองหล่อพระไพรี พินาศใหญ่ 2 องค์ กับทรงวางศิลาฤกษ์อาคารเรียนศูนย์เด็กเล็ก 1 หลัง งบประมาณได้จากกระทรวงแรงงาน พ.ศ.2541 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐิน ทรงเปิดอาคารเรียนศูนย์เด็กเล็ก 1 หลัง 15 ห้องเรียน พ.ศ.2543 เร่ิมก่อสร้างอุโบสถเพื่อเฉลิมพระเกียรติในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุ 48 พรรษา 2 เมษายน 2546

 

พ.ศ.2544 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางศิลาฤกษ์อุโบสถเฉลิมพระเกียรติ วันที่ 13 กรกฎาคม  การ ก่อสร้างอุโบสถเฉลิมพระเกียรตินี้ ท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก ทรงอุปถัมภ์โดยประทานทุนเริ่มแรก 2,500,000 บาท ในปี พ.ศ.2544 และ 2545 ครั้นถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2546 อุโบสถเฉลิมพระเกียรติสร้างเสร็จประมาณร้อยละ 70 คาดว่าจะก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ไม่ช้า อุโบสถเฉลิมพระเกียรตินี้ เป็นสถาปัตยกรรมไทย 2 ชั้น สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง 18 เมตร ยาว 37 เมตร ผนังประดับด้วยหินแกรนิตและหินอ่อนบางส่วน หลังคาประดับด้วยช่อฟ้าใบระกา หน้าบันได้รับพระราชทานให้อัญเชิญอักษรพระนามาภิไธยย่อ สธ. ซุ้มประตูหน้าต่างประดับด้วยหินอ่อนและเบญจรงค์ หลังคามุงกระเบื้องสีแดง บานประตูด้านหน้าจะฝังมุกและเบญจรงค์ ภาย ในอุโบสถ พื้นปูด้วยหินแกรนิตพร้อมทั้งบันไดหน้า-หลัง เสาอุโบสถภายในประดับด้วยไม้สักและหินพองาม บัวหัวเสาภายนอก ประดับด้วยปูนปั้น บัวหัวเสาภายในปูนปั้น เสาหน้าต่างภายในประดับด้วยเบญจรงค์ ซึ่งเป็นหัตถกรรมพื้นเมือง ซุ้มประตูหน้าต่างภายนอก ประดับด้วยหินอ่อนและปูนปั้นบางส่วนและมีตราวัด สธ. เขียนลายเบญจรงค์ทุกซุ้ม ฐานชุกชีพระประธาน ประดับด้วยหินอ่อนและแกรนิต ในซุ้มพระประธานเขียนลายเทพพนมเป็นลายเบญจรงค์ อันเป็นหัตถกรรมพื้นเมือง

พระประธานประจำอุโบสถเฉลิมพระเกียรติ ได้รับอนุญาตจากกรมศิลปากร ให้จำลองแบบพระพุทธสิหิงค์ หน้าตัก 80 นิ้ว ลงรักปิดทอง ซึ่งองค์เดิมประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพุทธไธสวรรย์ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร และได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานอักษรพระนามาภิไธยย่อ สธ. ประดิษฐานหน้าผ้าพิมพ์พระปฏิมาพระประธานแล้ว และได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีทรงเททองหล่อพระประธานและทรงยกช่อ ฟ้าในวันที่ 17 กันยายน 2546 กับทั้งทรงเปิดป้ายสนามกีฬาศูนย์เด็กเล็กอีกด้วย ซึ่งได้รับงบประมาณจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) การก่อสร้างอุโบสถเฉลิมพระเกียรตินี้ จะต้องใช้ทุนอีก 10 ล้านบาท จึงจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ตามแบบ

 

สรุป  วัดสิรินธรเทพรัตนาราม ในพระราชูปถัมภ์ เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ พ.ศ.2533 ถึง พ.ศ.2546 มีหอพักสำหรับพระภิกษุสามเณร 160 ห้องนอน มีกุฏิจำนวน 25 หลัง มีอาคารเรียนขนาดใหญ่ 1 หลัง มีห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติขนาดใหญ่ 1 หลัง กลุ่มอาคารศูนย์เด็กเล็ก 6 หลัง และตึกห้องพัก 84 ห้องนอน เป็นอาคารคอนกรีต 3 ชั้น

 

ความสำคัญของวัด

 

1. วัดสิรินธรเทพรัตนาราม ในพระราชูปถัมภ์ ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระภิกษุจำพรรษามากกว่า 100 รูปตลอดมา

 

2. เป็นสถานที่ตั้งของวิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย ในพระราชูปถัมภ์ เป็นวิทยาเขตแห่งที่ 2 ของมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย มีพระภิกษุสามเณรและคฤหัสถ์ ศึกษาในระดับปริญญาตรี หลักสูตร 4 ปี ในปี 2546 จำนวน 275 รูป

 

3. เป็นสถานที่รับเลี้ยงเด็กเล็กก่อนวัยเรียน อายุ 2 ขวบครึ่ง ถึง 6 ขวบ ในโครงการพระราชดำริได้รับพระราชทานพระนามาภิไธยว่า "ศูนย์เด็กเล็กวิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย ในพระราชูปถัมภ์" มีเด็กก่อนวัยเรียน ปี 2546 จำนวน 30 ห้อง จำนวน 900 คน ครูพี่เลี้ยง 84 คน รับดูแลเด็กตลอดทั้งปี หยุดวันอาทิตย์และวันเทศกาล ทั้งนี้ เพื่อให้คนงานในบริเวณนั้น ได้มีเวลาทำงาน โดยไม่ต้องกังวลเรื่องลูกหลานของตน

 

 4. เป็นวัดที่พระสงฆ์มากวัดหนึ่งในจังหวัดนครปฐม พระสงฆ์เหล่านี้ยังไปอบรมศีลธรรมสอนจริยาธรรม ในโรงเรียนกลุ่มแม่น้ำท่าจีน 10 โรงเรียน และเป็นสนามสอบธรรมศึกษา อันเป็นการศึกษาส่วนหนึ่งของคณะสงฆ์

 

วัด สิรินธรเทพรัตนาราม ในพระราชูปถัมภ์ พระธรรมวราจารย์ วัดบวรนิเวศวิหาร รักษาการเจ้าอาวาส ได้ดำเนินการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน รับเด็กนักเรียนในโรงเรียนกลุ่มแม่น้ำท่าจีน และปริมณฑล ปีละ 60 - 70 คน บรรพชาภาคฤดูร้อนเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันพระราชสมภพ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี วันที่ 2 เมษายน แต่จะบรรพชาวันที่ 1 - 3 เมษายน ของทุก ๆ ปี ซึ่งดำเนินการมาเป็นเวลา 10 ปี 8 ปีแรกให้การบรรพชาในพระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร ท่าเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชทรงเป็นพระอุปัชฌาย์

 

วันที่ 3 เมษายน 2545 และ 2546 บรรพชาในอุโบสถเฉลิมพระเกียรติ วัดสิรินธรเทพรัตนาราม ในพระราชูปถัมภ์ จังหวัดนครปฐม พระญาณวโรดม กรรมการมหาเถรสมาคม วัดเทพศิรินทราวาสเป็นพระอุปัชฌาย์ เฉพาะ 2546 จะบรรพชาจำนวน 79 องค์ ปี 2547 บรรพชาวันที่ 4 เมษายน สมเด็จพระญาณวโรดมเป็นพระอุปัชฌาย์ ปี 2535 บรรพชา 1 เมษายน จำนวน 44 โดยพระธรรมวราจารย์ เป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่อให้การบรรพชาแล้ว ทางวัดร่วมกับวิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย จัดอบรมวิชาการทางพระพุทธศาสนาเป็นเวลา 15 วัน ทั้งนี้ เพื่อปลูกฝังสามเณรเหล่านั้นให้รู้จักพระพุทธศาสนา และน้อมนำธรรมะไปปฏิบัติดีปฏิบัติชอบต่อไป

 

ดัง นั้นอาจจะกล่าวได้ว่า วัดสิรินธรเทพรัตนาราม เป็นวัดสำคัญวัดหนึ่ง ที่ให้บริการทางด้านวิชาการแก่พระภิกษุสงฆ์ และคฤหัสถ์ เป็นสถานที่ให้ความรู้แก่ชุมชน พระภิกษุสงฆ์เป็นวิทยากรในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในโรงเรียนต่าง ๆ เป็นสถานที่เลี้ยงเด็กก่อนวัยเรียนที่ใหญ่ที่สุดในปริมณฑลกรุงเทพมหานคร และเป็นแหล่งชุมทางแห่งความรู้ทุก ๆ ด้าน กับทั้งเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชุมชน 2 ตำบล 2 อำเภอ 2 จังหวัด ทั้งเป็นปอดของเทศบาลอ้อมใหญ่ และเทศบาลอ้อมน้อยอีกด้วย การ สร้างวัดสิรินธรเทพรัตนาราม ในพระราชูปถัมภ์ ให้เป็นวัดที่สมบูรณ์ตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่า บวร ได้แก่ บ้าน วัด โรงเรียน ทั้ง 3 หน่วยงานจะประสานกันสู่ความสำเร็จโดยการพัฒนาร่วมมือกันและกันเพื่อก่อให้ เกิดประโยชน์สูงสุด ในลักษณะที่มีการพึ่งพาอาศัยกัน เพื่อให้เป็นวัดตัวอย่างของชุมชนที่มีลักษณะเฉพาะต่างจากวัดอื่น ทั้งด้านโครงสร้าง บทบาท และหน้าที่ คือ บ้าน วัด โรงเรียน ทั้ง 3 จะรวมกันประสานภารกิจ อันก่อให้เกิดประโยชน์ของสังคมมากขึ้น สมกับเป็นวัดเฉลิมพระเกียรติในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุ 4 รอบ 48 พรรษา 2 เมษายน 2546 อย่างแท้จริง

 

อนึ่ง วัดสิรินธรเทพรัตนาราม ในพระราชูปถัมภ์ ปัจจุบัน พระธรรมวราจารย์ วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาส

 

สำนักงานบริการวัดสิรินธรเทพรัตนาราม โทรศัพท์ 02-629-4110, 081-825-4744 โทรสาร 02-629-0362 อีเมล์ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

 

ประวัติ ศูนย์เด็กเล็กวิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย ในพระราชูปถัมภ์
25-8-2556-12-20-46

 

พระเทพวราจารย์ วัดบวรนิเวศวิหาร สมณะศักดิ์ในขณะนั้น ดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วัดบวรนิเวศวิหาร มีความประสงค์จะขยายการศึกษาไปต้้ง ณ ชานเมืองกรุงเทพมหานคร จึงนำความขึ้นกราบทูลท่านเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก วัดบวรนิเวศวิหาร พระองค์ท่านทรงมีพระเมตตา ประทานที่ดินให้จำนวน 62 ไร่ 2 งานเศษ ตั้งอยู่ตำบลอ้อมใหญ่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม

อ่านเพิ่มเติม...

ประวัติพระธรรมวราจารย์ โดยย่อ

 

imgp6401

 

 

 

ชื่อสมณศักดิ์ พระธรรมวราจารย์ (หลวงปู่แบน)

ชื่อเดิม แบน อุปกลิ่น (กิตฺติสาโร) อุปสมบท ณ วัดเกาะจาก ปากพนัง นครศรีธรรมราช

การศึกษา ประโยค ป.ธ.๕ น.ธ. เอก ศาสนศาสตร์บัณฑิต จากสภาการศึกษามหามกุฎราชวิทยาลัย

เกียรติคุณ

ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยราชภัฎ นครศรีธรรมราช

 

ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย

สำนักนายกรัฐมนตรีวถายพัดผู้บำเพ็จประโยชน์ พ.ศ.2521

ได้รับพระราชทานนามพัดกาชาด ชั้นที่ 1

สมเด็จพระสังฆราช ประทานเกียรติบัตรผู้บำเพ็ญประโยชน์ด้านการศึกษา สาธารณูปการ สาธารณะสงเคราะห์ สังคมสงเคราะห์

ได้รับพระราชทานเสาเสมาทองคำ

กระทรวงศึกษาธิการวถายบัตรประกาศเกียรติคุณผู้บำเพ็ญประโยชน์

โล่เกียรติคุณจากกระทรวงแรงงาน 3 ครั้ง รวงวัลพุทธคุณณูปการ กาญจนเกียรติคุณ

พสล. โคลัมโบ ศรีลังกา ถวายบัตรประกาศเกียรติคุณผู้บำเพ็ญประโยชน์ พ.ศ.2553

 

ตำแหน่ง

ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร

รักษาการเจ้าอาวาสวัดสิรินธรเทพรัตนาราม ในพระราชูปถัมภ์ วัดเทพรัตนาราม

image001

อดีตรองเลขาธิการและรองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มมร. พ.ศ.2521-2541

อดีตรองเจ้าคณะภาคและที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 16-17-18 (ธ)

อดีตกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภามหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย

เป็นพระอุปัชฌาย์ พ.ศ.2554

เป็นประธานคณะกรรมการสร้างวัดจุฬาภรณ์วนาราม ต.บ้านพริก อ.บ้านนา จ.นครนายก

ประวัติพระธรรมวราจารย์

ชื่อสมณศักดิ์ พระธรรมวราจารย์ กิตฺติสาโร (หลวงปู่แบน)

ชื่อเดิม แบน อุปกลิ่น เกิด 8 ตุลาคม 2471 ณ บ้านตกวัดเกาะจาก ตำบลเกาะทวด อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช

การศึกษา ประโยค ป.ธ.๕ น.ธ. เอก ศาสนศาสตร์บัณฑิต จากสภาการศึกษามหามกุฎราชวิทยาลัย

 

เกียรติคุณ

ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช

ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย พ.ศ. 2555

สำนักนายกรัฐมนตรีวถายพัดผู้บำเพ็จประโยชน์ พ.ศ.2521

ได้รับพระราชทานนามพัดกาชาด ชั้นที่ 1

สมเด็จพระสังฆราช ประทานเกียรติบัตรผู้บำเพ็ญประโยชน์ด้านการศึกษา สาธารณูปการ สาธารณะสงเคราะห์ สังคมสงเคราะห์

ได้รับพระราชทานเสาเสมาทองคำ

กระทรวงศึกษาธิการวถายบัตรประกาศเกียรติคุณผู้บำเพ็ญประโยชน์

โล่เกียรติคุณจากกระทรวงแรงงาน 3 ครั้ง รวงวัลพุทธคุณณูปการ กาญจนเกียรติคุณ

พสล. โคลัมโบ ศรีลังกา ถวายบัตรประกาศเกียรติคุณผู้บำเพ็ญประโยชน์ พ.ศ.2553

pic002ตำแหน่ง

ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร พ.ศ.2510

รักษาการเจ้าอาวาสวัดสิรินธรเทพรัตนาราม ในพระราชูปถัมภ์

รักษาการเจ้าอาวาสวัดเทพรัตนาราม สมุทรสาคร

อดีตรองเลขาธิการและรองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มมร. พ.ศ.2521-2541

อดีตรองเจ้าคณะภาคและที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 16-17-18 (ธ)

อดีตกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภามหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย พ.ศ.2541-2554

เป็นพระอุปัชฌาย์ พ.ศ.2554

พระธรรมวราจารย์ พระนักสู้แห่งลุ่มน้ำปากพนัง

อุปสมบท ณ วัดเกาะจาก ปี 2491 สอบนักธรรมชั้นตรีได้แล้ว มีความมุ่งมั่นในการศึกษาอยากจะเป็นมหากับเขาบ้าง เพราะคำว่า มหา นั้นเป็นที่ปรารถนาของพระที่เรียนภาษาบาลีทุกรูป ปี 2492 (1) พระ มหาประดับ โอภาโส ได้พิจารณาแล้วว่า พระแบน เป็นไก่ชนแน่ ไม่ใช่ไก่เภา จึงได้ส่งให้ไปอยู่วัดบวรนิเวศวิหาร เดิน่ทางโดยทางเรือจากอำเภอปากพนังถึงกรุงเทพฯ ใช้เวลา 7 วัน มาถึงวัดบวรนิเวศวิหาร พักอยู่กับ (2) พระ มหาจับ อุคฺคเสโน ยังไม่ได้อยู่วัดบวรนิเวศ เพราะวัดบวรนิเวศวิหาร เป็นวัดที่มีระเบียบจัด เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไป ต้องท่องสวดมนต์ 105 กว่าสูตรและท่องพระปาฏิโมกข์ให้ได้ตามที่ทางวัดกำหนด ปี 2492 จึงได้จำพรรษาอยู่วัดเขมาภิรตาราม จังหวัดนนทบุรี เตรียมตัวท่องสวดมนต์และพระปาฏิโมกข์ เมื่อท่องได้แล้วจึงสมัครเข้าอยู่วัดบวรนิเวศวิหาร ซ้อมสวดมนต์ และพระปาฏิโมกข์ผ่านจึงเป็นพระวัดบวรนิเวศวิหารโดยสมบูรณ์ และได้เริ่มเรียนภาษาบาลี สอบครั้งแรกปี 2496 ปรากฎว่าสอบตก ได้ตั้งใจไว้ว่าหากสอบไม่ได้คำว่ามหานำหน้า จักไม่กลับบ้านเกิดอีก ตั้งแต่นั้นมา ได้ใช้ความเพียรพยายามในการเรียนภาษาภาษีอย่างสุดความสามารถ ปี 2498 จึงสอบได้มหา ป.ธ.3 สมความตั้งใจ ปี 2550 สอบได้ ป.ธ.5 ตามลำดับได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย จนจบศาสนศาสตร์บัณฑิต แล้วเข้าทำงานเป็นเสมียนในมหาวิทยาลัย ได้รับเงินเดือน ๆ ละ 130 บาท

img 3725

 

Scroll to Top